ที่เที่ยวพัทลุง ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน

By Hatyai Today , 16 ตุลาคม 19

ที่เที่ยวพัทลุง ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน บ้านต้นไม้ร้อยหวัน นอนฟังสายน้ำ พัทลุง  บ้านเรานิที่นี้เป็นรีสอร์ท

ที่จะพาคุณมาสัมผัสกับธรรมชาติ  และ    วีถีชาวพัทลุง   แบบใกล้ชิด ภายในรีสอร์ทรายล้อมไปด้วย

ต้นไม้  ภูเขา และสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูป

hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung

พัทลุง  เป็นอีกหนึ่งเมืองรองที่น่าเที่ยวมากๆ ถึงจะเป็นจังหวัดที่เล็กๆ  แต่ก็มีครบทุกอย่างในจังหวัด

ทั้งที่เที่ยวเชิงระบบนิเวศ  วัฒนธรรรม และเชิงธรรมชาติมากมาย

hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung

ความพิเศษของบ้านต้นไม้ร้อยหวัน  นอนฟังสายน้ำ ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน คือ บรรยากาศดี 

เงียบสงบ  ห้องพักอยู่ติดลำธาร  เวลานอนก็จะมีเสียงน้ำไหลกล่อมให้หลับใหล   บอกเลยว่าฟินสุดๆ

สำหรับใครที่อยากหนีเมืองที่วุ่นวายมาชาร์ตพลังให้ตัวเองมีแรงได้กลับมาทำงานต่อ แอดแนะนำให้มา

ที่นี้เลยรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung

ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ ห้องพักดี วิวดี

hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung

ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำอาหาร  ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำอาหารแบบ

วิถีชาวพัทลุงไว้ให้ด้วยย คือดีย์

 

hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung
ภายในรีสอร์ทมีมุมสวยๆ  ให้ถ่ายรูปเช็คอินมากมาย  หรือเรียกได้ว่าทุกมุมใหรีสอร์ทสามารถ
เป็นจุดถ่ายรูปได้หมดเลย #แท็กชวนเพื่อนชวนแฟนไปถ่ายรูปโลด
hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung

ต้องบอกเลยว่าเป็นห้องพักหลักร้อยที่วิวดีมากๆ

hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung
บ้านต้นไม้
hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung
ชั้นสองของตัวรีสอร์ท เป็นห้องนอนรวม ไว้สำหรับคนที่มาเป็นก๊วน เป็นแก็งค์
hatyaitoday-pattalung ที่พักราคาหลักร้อยวิวหลักล้าน พัทลุงบ้านเรานิ
hatyaitoday-pattalung
สำหรับใครที่กำลังมาเที่ยวจังหวัดพัทลุง  และกำลังมองหาที่พักดีๆ   สักที่แอดแนะนำให้มาที่นี้
รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน  #พัทลุงเมืองน่าเที่ยว

ที่อยู่ : ตำบล เกาะเต่า อำเภอ ป่าพะยอม พัทลุง 93110
เบอร์โทรติดต่อ : 099 205 2898

 

มาทำความรู้จักกับพัทลุงกันเถอะ

 

พัทลุง เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 840 กิโลเมตร มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง สตูล และมีพื้นที่ด้านตะวันออกของจังหวัดจรดทะเลสาบสงขลา ในอดีต พัทลุง เคยเป็นเมือง

ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่แห่งหนึ่ง และยังมีสภาพภูมิประเทศทั้งที่ราบ เนินเขา และชายฝั่ง โดยทางทิศตะวันตกของจังหวัด จะเป็นพื้นที่ที่ราบสูงและที่ราบเชิงเขา อันเนื่องมาจากมีพื้นที่ติดต่อกับเทือกเขานครศรีธรรมราช ถัดลงมาทางตอนกลางและทางทิศ

ตะวันออกของจังหวัด จรดทะเลสาบสงขลาจะเป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำการเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาข้าว ชาวภาคใต้จะเรียกจังหวัดนี้ว่า เมืองลุง

 

ในพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองพัทลุงได้ตั้งขึ้นอย่างมั่นคงภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ได้ปรากฏชื่อเมืองพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ. 1998 ระบุว่าเมืองพัทลุงมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี ซึ่งนับได้ว่า

เป็นหัวเมืองหนึ่งของพระราชอาณาจักรทางใต้ ที่ตั้งเมืองพัทลุงในระยะเริ่มแรกนั้นเชื่อกันว่า ตั้งอยู่ที่เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน มักจะประสบปัญหาโดนโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดมลายูอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโจรสลัดราแจะอารูและอุยงค

ตนะ ได้เข้าปล้นสดมภ์โจมตีเผาทำลายเมืองอยู่เนือง ๆ

 

ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ด๊ะโต๊ะโมกอล ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองสาเลห์ บริเวณหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็นต้นตระกูลของสุลต่านสุไลมาน แห่งเมืองสงขลาได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานค้าขาย ณ หัวเขาแดง แล้วตั้งประชาคมมุสลิมขึ้น ตรงนั้นอย่างสงบ ไม่มีการขัด

แย้งกับชาวเมืองที่อยู่มาก่อน ปักหลักอยู่ยาวนานจนมีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่มากขึ้นในที่สุดก็พัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองท่าปลอดภาษี มีเรือสำเภาแวะเข้ามาซื้อ บทบาทของดะโต๊ะโมกอลได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรศรีอยุธยาด้วยดี พระเจ้าทรงธรรมโปรด

เกล้าฯแต่งตั้งเป็น “ข้าหลวงใหญ่” ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อมาคือท่านสุไลมานบุตรชายคนโต มีหน้าที่ปกครองดูแลรักษาความสงบของพื้นที่ตั้งแต่ตอนล่างของนครศรีธรรมราช มาจดเขตปัตตานี ครอบคลุมครึ่งล่างของเมืองตรัง ปะเหลียน พัทลุง และสงขลา

นอกจากนี้ก็ต้องเก็บส่วยสาอากรส่งถวายพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงศรีอยุธยา ท่านสุไลมานก็ได้ทำหน้าที่นี้เรียบร้อยด้วยดีมาตลอด ต่อมาได้ย้ายเมืองสงขลาจากสทิงพระมายังหัวเขาแดงซึ่งมีชัยภูมิป้องกันตนเองได้ดีกว่า

 

ในสมัยสุลต่านสุไลมาน บุตรของดะโต๊ะโมกอล ได้ส่ง ฟาริซีน้องชายซึ่งเป็นปลัดเมืองมาสร้างเมืองใหม่ที่เขาชัยบุรี เพื่อป้องกันศัตรูที่จะมาโจมตีเมืองสงขลาทางบก ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองพัทลุง และได้ย้ายเมืองพัทลุงออกจากเมืองสงขลาตั้งแต่นั้น และตั้งเมืองอยู่ที่เขาชัยบุรีตลอดมาจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2310

 

ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ได้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้งและได้ยกขึ้นเป็นเมืองชั้นโทในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในช่วงนี้เมืองพัทลุงมีผู้นำที่มีความสำคัญในการสร้างความเจริญและความมั่นคงให้กับบ้าน

เมืองหลายท่าน อาทิ พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิตเสนา (ทองขาว)พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทร์โรจน์วงศ์) ส่วนประชาชนชาวเมืองพัทลุงก็ได้มีบทบาทในการร่วมมือกับผู้นำ ต่อสู้ป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อสงครามเก้าทัพ

(พ.ศ. 2328 – 2329) พม่าจัดกองทัพใหญ่ 9 ทัพ 1 ใน 9 ทัพ มีเกงหวุ่นแมงยีเป็นแม่ทัพ ยกลงมาตีทางใต้ ตีได้เมืองกระบุรี ระนอง ชุมพร ไชยา และนครศรีธรรมราชตามลำดับ และในขณะที่กำลังจัดไพร่พลอยู่ที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะยกมาตีเมืองพัทลุง

 

และสงขลานั้น พระยาพัทลุงโดยความร่วมมือจากพระมหาช่วยแห่งวัดป่าลิไลยก์ ได้รวบรวมชาวพัทลุงประมาณ 1,000 คน ยกออกไปตั้งขัดตาทัพที่คลองท่าเสม็ด จนกระทั่งทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ 1 ทรงยก

กองทัพมาช่วยหัวเมืองปักษ์ใต้ ตีทัพพม่าแตกหนีไป พระมหาช่วยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ลาสิกขาแล้วแต่งตั้งเป็นพระยาทุกขราษฎร์ช่วยราชการเมืองพัทลุง นอกจากสงครามกับพม่าแล้วชาวพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ

ประเทศชาติในหัวเมืองภาคใต้ เพราะปรากฏอยู่เสมอว่าทางเมืองหลวงได้มีคำสั่งให้เกณฑ์ชาวพัทลุง พร้อมด้วยเสบียงอาหารไปทำสงครามปราบปรามกบฏในหัวเมืองมลายูเช่น กบฏไทรบุรี พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381 ซึ่งบทบาทดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็น

ความสำคัญของเมืองพัทลุง ทางด้านการเมือง การปกครองในอดีตเป็นอย่างดี

 

ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาลใน พ.ศ. 2437 และได้ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2439 ประกอบด้วยเมืองต่างๆ คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้ง 7

ที่เป็นเมืองปัตตานีเดิม สำหรับเมืองพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คืออำเภอกลางเมือง อำเภออุดร และอำเภอทักษิณ ขณะนั้นตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ จนกระทั่ง พ.ศ. 2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมือง

พัทลุงมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน เพื่อจะได้อยู่ใกล้เส้นทางรถไฟ และสะดวกในด้านติดต่อกับเมืองต่างๆ

 

จากอดีตถึงปัจจุบัน เมืองพัทลุงได้มีการย้ายเมืองหลายครั้งสถานที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองพัทลุงมาแล้ว ได้แก่

 

1.โคกเมืองแก้ว ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน 2.บ้านควนแร่ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง 3.เขาชัยบุรี(เขาเมือง) ปัจจุบัน เขต 3 ตำบล คือตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง 4.ท่าเสม็ด ปัจจุบัน ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช 5.เมืองพระรถ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง 6.บ้านควนมะพร้าว ปัจจุบัน หมู่ที่ 2 ตำบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง 7.บ้านม่วง ปัจจุบัน หมู่ที่ 2 ตำบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง 8.บ้านโคกสูง ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลลำปำ อ.เมืองพัทลุง

ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารส่วนภูมิภาคเป็นจังหวัดและอำเภอ ได้ยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ทำให้เมืองพัทลุงมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่ง ในปัจจุบันจังหวัดพัทลุง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหราอำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม อำเภอบางแก้ว และอำเภอศรีนครินทร์

 

ขอบคุณบทความจาก https://th.wikipedia.org/wiki

Address


309 ถนนปุณณกัณฑ์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
fifa55