สาธารณสุขฝากย้ำผู้ปกครอง เฝ้าระวังเด็กเสี่ยงจมน้ำจากมรสุมฤดูฝน

Recovered 01 01 1 HATYAITODAY

สาธารณสุขฝากย้ำผู้ปกครอง เฝ้าระวังเด็กเสี่ยงจมน้ำจากมรสุมฤดูฝน

จากสถิติโดยกรมควบคุมโรคพบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงถึง 8,394 ราย เฉลี่ยปีละ 839 ราย หรือวันละ 2 ราย โดยสาเหตุหลักเกิดจากการชวนกันไปเล่นน้ำเป็นกลุ่มตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เด็กขาดทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำ และการช่วยเหลือที่ถูกต้อง

ส่วนสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่อยู่ในชุมชน เช่น สระน้ำ บ่อขุดเพื่อการเกษตร ฝายทดน้ำ อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น  จากการเฝ้าระวังเหตุการณ์ในปี 63 ถึงปัจจุบัน ได้รับรายงานเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิต 34 เหตุการณ์ จาก 20 จังหวัด มีผู้เสียชีวิตรวม 49 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 34 ราย คิดเป็นร้อยละ 69.4 แหล่งน้ำที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ ทะเล, บ่อน้ำ/สระสาธารณะ, แหล่งน้ำคู/หนอง/คลองธรรมชาติ อย่างละ 6 เหตุการณ์ และแม่น้ำ, สระขุด/บ่อน้ำขุด, คลองส่งน้ำ/คลองชลประทานเพื่อการเกษตร อย่างละ 3 เหตุการณ์

UPDATE อธิบดีกรมควบคุมโรค2 HATYAITODAY
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เน้นย้ำไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

แน่นอนว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบเหตุการณ์คนจมน้ำได้ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน ทำให้แหล่งน้ำต่างๆ มีระดับน้ำสูงขึ้น ทำให้ความลึกของระดับน้ำมากขึ้น ประกอบกับเด็กๆ มักชวนกันไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้เด็กตกน้ำหรือจมน้ำเสียชีวิตได้ กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำวิธีป้องกันเด็กจมน้ำ คือ ผู้ปกครองต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด

อย่าปล่อยให้เด็กชวนกันไปเล่นน้ำกันเองตามลำพัง ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครัวเรือนที่มีเด็กแรกเกิด – 2 ปี มีการใช้คอกกั้นเด็ก (Playpen) สำหรับในชุมชน ขอให้ร่วมกันดำเนินการ ดังนี้
1.สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน เฝ้าระวังและแจ้งเตือน เช่น ประกาศเสียงตามสาย ตักเตือนเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำตามลำพัง
2.จัดการแหล่งน้ำให้ปลอดภัย เช่น สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือน ให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง เช่น ถังแกลลอนเปล่าผูกเชือก ขวดน้ำพลาสติกเปล่า และไม้ เป็นต้น
3.สอนให้เด็กรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และรู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ำเมื่อตกน้ำ โดยการลอยตัวเปล่าหรือลอยตัวโดยใช้อุปกรณ์ช่วยชูชีพ
4.สื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อให้ชุมชนเกิดความตระหนักและมีส่วนร่วม

หากพบเห็นคนตกน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ ขอให้ช่วยด้วยการใช้มาตรการ “ตะโกน โยน ยื่น” ดังนี้ ตะโกน คือเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วย และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 โยน คือโยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว ช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และ ยื่น คือยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422”

HATYAITODAYNEWS

อ้างอิงข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค

Next Post

ศบค.เปิดเผยทหารสหรัฐที่เข้าฝึกในไทยกว่า 100 นาย ผ่านการตรวจและเข้ากักตัวใน ASQ ทุกนายไม่มีกรณีพิเศษ

Mon Aug 3 , 2020
ศบค.เปิดเผยทหารสหรัฐที่เข้าฝึกในไทยกว่า 100 นาย ผ่านการตรวจและเข้ากักตัวใน ASQ ทุกนายไม่มีกรณีพิเศษ วันที่ 3 ส.ค. 63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ COVID-19 เปิดเผยถึงจำนวนคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้ มีผู้เดินทางกลับรวม 207 คน และวันพรุ่งนี้ 201 คน โดยรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับเที่ยวบินที่นำทหารสหรัฐอเมริกาเข้ามาฝึกในไทยกว่า 100 นาย  โดยทหารทุกนายผ่านการตรวจตามมาตรการของ ศบค. และเข้ากักตัวในสถานกักตัว ASQ ทุกกรณีไม่มีกรณีพิเศษ 3 ส.ค. 2563 เวลา 07.00 น. ทหารสหรัฐอเมริกา 71 นาย เดินทางจากกวม โดยเที่ยวบิน OAE6555 เช่าเหมาลำ มาลงที่สนามบินอู่ตะเภา มีการผ่านการคัดกรองตามมาตรการของ ศบค. และทั้งหมดเข้าพักที่โรงแรมคอนราด ซึ่งเป็น Alternative State […]
ผ่านการตรวจและเข้ากักตัวใน ASQ